ความง่วงงุนในช่วงกลางวันเสี่ยงต่อการเป็นโรคอัลไซเมอร์มากยิ่งกว่าไหม?

การศึกษาค้นพบนี้แถลงการณ์ในนิตยสาร SLEEP ฉบับที่ 5 ซึ่งเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่าการนอนที่มีคุณภาพไม่ดีบางทีอาจทำให้มีการเกิดภาวการณ์โรคสมองเสื่อมอย่างนี้ซึ่งบางทีอาจเป็นแนวทางที่จะช่วยคุ้มครองโรคอัลไซเมอร์ได้

“สาเหตุต่างๆเป็นต้นว่าการกินอาหารการบริหารร่างกายแล้วก็กิจกรรมด้านความรู้ความเข้าใจได้รับการยินยอมรับอย่างมากมายว่าเป็นแผนการที่สำคัญสำหรับเพื่อการคุ้มครองโรคอัลไซเมอร์ แม้กระนั้นการนอนมิได้มากขึ้นอย่างยิ่งถึงสถานะดังที่กล่าวถึงมาแล้วแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนไปบ้างแล้ว” Adam P. Spira, PhD, รศ.ในสาขาวิชาสุขภาพที่เกิดขึ้นกับจิตที่สถานที่เรียนสาธารณสุขของสถานศึกษา Johns Hopkins Bloomberg กล่าว Spira นำการเล่าเรียนกับผู้ทำงานด้วยกันจาก National Institute on Aging (NIA), สถานศึกษา Bloomberg รวมทั้ง Johns Hopkins Medicine

“หากการนอนก่อกวนก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์” เขากล่าวเสริม “พวกเราบางครั้งก็อาจจะสามารถรักษาคนป่วยที่มีปัญหาสำหรับในการนอนเพื่อเลี่ยงผลจากการลบกลุ่มนี้ได้”

การเรียนใช้ข้อมูลที่ได้รับมาจากการเรียนรู้ระยะยาวของบัลตำหนิมอร์ (BLSA) ซึ่งเป็นการเล่าเรียนระยะยาวโดย NIA ในปีพ. ศาสตราจารย์ 2501 ซึ่งเป็นไปตามสุขภาพของอาสาสมัครหลายพันคนเมื่ออายุ เป็นส่วนใดส่วนหนึ่งของการสอบเป็นช่วงๆของการศึกษาเล่าเรียนอาสาสมัครกรอกแบบสำรวจระหว่างปีพ. ศาสตราจารย์ 2534 ถึง พุทธศักราช 2543 โดยถามคำถามใช่หรือเปล่ามีเลยว่า “คุณชอบง่วงนอนหรือหลับในกลางวันเมื่ออยากได้ตื่นมา?” พวกเขายังถูกถามคำถามว่า “คุณนอนไหม?” ด้วยตัวเลือกการโต้ตอบของ “รายวัน” “1-2 ครั้ง / อาทิตย์” “3-5 ครั้งต่ออาทิตย์” แล้วก็ “ไม่ค่อยไหมเคย”

กลุ่มย่อยของอาสาสมัครของ BLSA ได้รับการประมาณ neuroimaging ในปีพ. ศาสตราจารย์ 2537 ด้วยในปีพศาสตราจารย์ 2548 นิดหน่อยของผู้เข้าร่วมการศึกษาเรียนรู้ได้รับการตรวจด้วยเอกซเรย์เอกซ์เรย์ (positron emission tomography) โดยใช้พิตส์เบิร์กบี (PiB) ซึ่งเป็นสารประกอบกัมมันตภาพรังสีซึ่งสามารถช่วยสำหรับเพื่อการเจาะจงแผ่นเบต้า – amyloid เยื่อ. โล่พวกนี้เป็นเครื่องหมายของโรคอัลไซเมอร์

นักค้นคว้าได้เจาะจงอาสาสมัครปริมาณ 123 ตอบปัญหาก่อนหน้านี้ที่ผ่านมารวมทั้งได้รับ PET scan กับ PiB โดยเฉลี่ยเกือบจะ 16 ปีต่อไป แล้วหลังจากนั้นพวกเขาได้พินิจพิจารณาข้อมูลนี้เพื่อมองว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างผู้เข้าร่วมที่แถลงการณ์ว่ามีลักษณะง่วงช่วงกลางวันหรือนอนและไม่ว่าจะมีคะแนนเป็นบวกสำหรับในการสะสมเบต้า – แอนลอยด์ในสมองของพวกเขาไหม

ก่อนจะปรับสาเหตุทางด้านประชากรศาสตร์ที่อาจมีผลต่อความง่วงซึมกลางวันอย่างเช่นอายุเพศการเรียนรู้และก็ดรรชนีมวลกายผลของพวกเขาชี้ให้เห็นว่าคนที่กล่าวว่ามีลักษณะอาการง่วงหงาวหาวนอนในช่วงกลางวันได้โอกาสสะสมตัวอ่อน beta-amyloid ได้มากกว่าผู้ที่มิได้รับ ‘รายงานความอ่อนแรงในกลางวัน ภายหลังจากปรับต้นสายปลายเหตุกลุ่มนี้แล้วการเสี่ยงยังคงมากขึ้น 2.75 เท่าในคนที่มีความรู้สึกง่วงงุนช่วงเวลากลางวัน

Facebook Comments

Comments are closed