ข้อสัญญาเกี่ยวกับโอโซนกำลังกัดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสหรัฐอเมริกา

พิธีสารมอนทรีออลซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีการนำมาใช้เพื่อฟื้นฟูชั้นโอโซนในปีพ. ศาสตราจารย์ 2532 ได้ลดการปลดปล่อยสารเคมีที่ทำให้โอโซนต่ำลงอย่างมากจากอเมริกา ในการศึกษาใหม่ชี้ให้เห็นว่าอนุสัญญาเก่าแก่อายุ 30 ปีมีข้อได้เปรียบที่สำคัญสำหรับในการลดการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกจากสหรัฐอเมริกา

โน่นเป็นเพราะสารลดระดับโอโซนควบคุมโดยอนุสัญญานี้เป็นก๊าสเรือนกระจกที่มีศักยภาพด้วยความสามารถสำหรับเพื่อการดักจับความร้อนได้ถึง10,000 เท่ามากยิ่งกว่าคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่า 100 ปี

การศึกษาคราวนี้เป็นครั้งแรกเพื่อหาจำนวนผลพวงของพิธีสารมอนทรีออลต่อการปล่อยแก๊สปรากฏการณ์เรือนกระจกในสหรัฐฯโดยมีการสังเกตการณ์ในบรรยากาศ ผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าการลดการใช้สารทำลายชั้นโอโซนในช่วงปีพ. ศ. 2551 ถึงปีพ. ศ. 2557 จะช่วยลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในแต่ละปีได้ถึง 170 ล้านตันต่อปี ซึ่งเท่ากับโดยประมาณร้อยละ 50 ของการลดน้อยลงของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์รวมทั้งก๊าซปรากฏการณ์เรือนกระจกอื่นๆที่เกิดขึ้นในสหรัฐฯในเวลาเดียวกัน การเล่าเรียนได้รับการเผยแพร่ในวันนี้ในจดหมายการวิจัยปฐวีฟิสิกส์วารสารของ American Geophysical Union

พวกเรารู้สึกสนเท่ห์ใจกับขนาดของการน้อยลงโดยเฉพาะเมื่อเทียบกับก๊าซปรากฏการณ์เรือนกระจกอื่นๆ” Lei Hu นักค้นคว้าจากสถาบันสหกรณ์เพื่อการศึกษาค้นคว้าวิจัยด้านสภาพแวดล้อม (CIRES) ซึ่งดำเนินงานที่NOAA แล้วก็คนเขียนนำของการเล่าเรียนครั้งใหม่กล่าว

นายหูกล่าเพิ่มเติมอีกว่าผลตอบแทนของพิธีสารมอนทรีออลต่อการปลดปล่อยก๊าซปรากฏการณ์เรือนกระจกบางทีอาจมากขึ้นในอนาคต ในปีพ. ศ. 2568 แผนการของคุณคาดหมายว่าผลของพิธีสารมอนทรีออลเป็นเพื่อลดการปล่อยก๊าสสภาวะเรือนกระจกของสหรัฐฯโดยเทียบเท่ากับ 500 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปีเทียบกับระดับของปี 2548 การต่ำลงนี้จะพอๆกับโดยประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนนี้ของสหรัฐฯ

การศึกษาที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าพิธีสารมอนทรีออลมีประสิทธิภาพเยอะขึ้นสำหรับในการลดการปลดปล่อยก๊าซปรากฏการณ์เรือนกระจกทั้งโลกมากยิ่งกว่าการพยายามระหว่างชาติอื่นๆแม้ว่าการเปลี่ยนลักษณะของอากาศจะไม่ได้รับการพินิจในระหว่างการพูดจาสนธิสัญญาหนแรกในปลายทศวรรษที่ 1980 ก็ตาม

การวิเคราะห์ใหม่บนเบื้องต้นของข้อมูลที่เก็บเก็บรวบรวมโดยเครือข่ายการตรวจสอบบรรยากาศของ NOAA ยืนยันว่าพิธีสารมอนทรีออลไปถึงเป้าหมายอย่างยิ่งในสหรัฐฯในเป้าหมายหลักของการลดการปลดปล่อยสารเคมีที่สร้างขึ้นมาจากคลอรีนซึ่งนอกเหนือจากการทำลายโอโซนทั่วโลก สร้างหลุมขนาดของทวีปอเมริกาเหนือในชั้นโอโซนคุ้มครองป้องกันโลกเหนือแอนตาร์กติกในแต่ละก.ย.และก็ตุลาคม

สารเคมีพวกนี้ ยกตัวอย่างเช่นchlorofluorocarbons (CFCs) และhydrochlorofluorocarbons (HCFCs) และสารทแทนของพวกเขา hydrofluorocarbons (HFCs) เป็นสารที่ใช้กันอย่างมากมายได้แก่สารทำความเย็นโฟมเป่าจุลอินทรีย์ละอองลอยสารถ่วงไฟแล้วก็ตัวทำละลาย คลอรีนจาก CFCs ได้รับการบอกว่าสามารถทำลายโอโซนในชั้นบรรยากาศได้ในปีพ. ศาสตราจารย์ 2517 พิธีสารมอนทรีออลได้ควบคุมการผลิตรวมทั้งการใช้สารเคมีกลุ่มนี้นับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1980 เป็นต้นมา

การดำเนินพิธีสารมอนทรีออลในสหรัฐอเมริกาโดยส่วนใหญ่ผ่านพระราชบัญญัติClean Air ได้ทำให้เกิดการยุติการผลิตและก็การใช้คลอโรฟลูโอโรคาร์บอน (CFCs) ในสหรัฐในปีพ. ศ. 2539 และก็การผลิตไฮโดรคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (HCFC) น้อยลงปริมาณร้อยละ 95 1998

ผลที่ตามมาการปล่อยสารซีเอฟซีทั้งหมดทั้งปวงในสหรัฐอเมริกาต่ำลง ใน จากปี 2551-2557 ในเวลาที่การปลดปล่อยสาร HCFCs ต่ำลงราวๆครึ่งหนึ่ง